ขั้นตอนการพิจารณาในการตลาดออนไลน์เปลี่ยนความสนใจให้เป็นความตั้งใจเพื่อให้แบรนด์ของคุณชนะใจลูกค้า

การตลาดออนไลน์ในขั้น Consideration (การพิจารณา) คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนคนรู้จักให้เป็นลูกค้า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ความต้องการความเฉพาะตัวและความโปร่งใสมากขึ้น ขั้นตอนการพิจารณามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดความตั้งใจของลูกค้าและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อประเมินว่าแบรนด์ใดเหมาะสมกับความคาดหวังของพวกเขามากที่สุด

กรวยการตลาดซึ่งประกอบด้วยการรับรู้ การพิจารณาและการตัดสินใจในบรรดาขั้นตอนเหล่านี้ขั้นตอนการพิจารณามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดความตั้งใจของลูกค้าและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ นี่คือสรุปกลยุทธ์และสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อให้แบรนด์ของคุณชนะใจลูกค้าในขั้นตอนนี้

ขั้นตอนการพิจารณาเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกค้าเป้าหมายเริ่มรับรู้ถึงแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ในขั้นตอนนี้ พวกเขาตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการของตนเอง และกำลังค้นหาวิธีแก้ไข อย่างจริงจัง พวกเขาเปรียบเทียบตัวเลือก อ่านรีวิว ดูวิดีโอ และประเมินว่าแบรนด์ใดเหมาะสมกับความคาดหวังของพวกเขามากที่สุด

วัตถุประสงค์หลักของขั้น Consideration
ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าทราบแล้วว่าพวกเขามีปัญหาหรือความต้องการและกำลังมองหาทางเลือกที่ดีที่สุด งานของคุณไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่คือการ “ให้ข้อมูลเพื่อช่วยเขาตัดสินใจ”
สร้างความน่าเชื่อถือ : แสดงให้เห็นว่าเราคือตัวจริง
สร้างความแตกต่าง : ทำไมต้องซื้อกับเรา ไม่ซื้อกับคู่แข่ง?
ฟูมฟักกลุ่มเป้าหมาย : ค่อยๆ ส่งข้อมูลที่ตรงใจผ่านช่องทางต่างๆ

ธุรกิจหลายแห่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างการรับรู้หรือเร่งยอดขายมากเกินไป อย่างไรก็ตาม การข้ามหรือละเลยขั้นตอนการพิจารณาอาจทำให้สูญเสียโอกาส ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สร้างความไว้วางใจ สื่อสารคุณค่า และสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

ประโยชน์หลักของการทำการตลาดเชิงพิจารณาที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:
สร้างความน่าเชื่อถือและอำนาจของแบรนด์
ให้ความรู้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
ลดความสงสัยและข้อโต้แย้ง
เพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้าจริงในขั้นตอนการตัดสินใจ

คอนเทนต์ที่ “ต้องมี” ในขั้นนี้
ข้อมูลที่ลูกค้ามองหาในขั้นตอนนี้จะเน้นไปที่รายละเอียดเชิงลึกและการพิสูจน์ผลลัพธ์:
Product Comparison: ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างเรากับคู่แข่ง หรือระหว่างรุ่นสินค้าของเราเอง
Case Studies / Testimonials: รีวิวจากผู้ใช้จริงที่บอกเล่าผลลัพธ์ (โดยเฉพาะวิดีโอรีวิวสั้นๆ จะมีน้ำหนักมากในปี 2026)
Educational Content: บทความหรือวิดีโอเจาะลึก เช่น “วิธีการเลือก…”, “สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ…”
Webinars / Demos: การสาธิตการใช้งานจริงที่ช่วยลดความกังวลใจ

พฤติกรรมของลูกค้าในช่วงขั้นตอนการพิจารณา
การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ในขั้นตอนนี้ ลูกค้ามักจะ:
ค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบและรีวิว
อ่านบทความในบล็อกหรือกรณีศึกษา
ดูวิดีโอสาธิตผลิตภัณฑ์หรือวิดีโออธิบายวิธีการใช้งาน
สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม
มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย
พวกเขายังไม่พร้อมที่จะซื้อ แต่พวกเขาเปิดรับอิทธิพล

ตัวชี้วัด (KPIs) ที่ต้องติดตาม
อย่ามองแค่ยอดขาย (Sales) อย่างเดียวในขั้นนี้ ให้ดูที่:
Engagement Rate: ยอด Like, Comment, Share หรือการบันทึกโพสต์เก็บไว้
Time on Site: ระยะเวลาที่คนอ่านบทความหรือดูวิดีโอข้อมูล
Lead Generation: จำนวนคนลงทะเบียนรับข้อมูล, ดาวน์โหลดโบรชัวร์ หรือทักแชทถามรายละเอียด
Micro-conversions: เช่น การคลิกดูตารางราคา หรือการเปรียบเทียบสินค้า

การวัดความสำเร็จในขั้นตอนการพิจารณา
ตัวชี้วัดสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่:
เวลาที่ใช้บนหน้าเว็บ
การมีส่วนร่วมกับเนื้อหา (การคลิก การดาวน์โหลด การรับชมวิดีโอ)
อัตราการเปิดอีเมลและการคลิกผ่าน
ประสิทธิภาพการกลับมาเยี่ยมชมและการทำการตลาดซ้ำ
ตัวชี้วัดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเนื้อหาของคุณสามารถดึงดูดความสนใจและผลักดันลูกค้าให้ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ขั้นตอนการพิจารณาในการตลาดออนไลน์คือขั้นตอนที่ความอยากรู้อยากเห็นเปลี่ยนไปเป็นความมั่นใจ ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ให้ข้อมูล และน่าสนใจ แบรนด์ต่างๆ สามารถชี้นำลูกค้าเป้าหมายให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเหนือคู่แข่งได้ แทนที่จะรีบขาย ควรเน้นไปที่การให้ความรู้ การสนับสนุน และการสร้างความไว้วางใจ เพราะลูกค้าที่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อมากกว่า

ข้อควรระวัง: ในปี 2026 ผู้บริโภคเกลียดการขายที่ “ยัดเยียด” มากกว่าเดิม หากคอนเทนต์ของคุณดูเหมือนโฆษณามากเกินไปโดยไม่มีคุณค่า พวกเขาจะมองข้ามทันที