ปิดการขายด้วยการรีมาร์เก็ตติ้งบนโฆษณา Facebook ผู้ใช้ที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ

การดึงดูดลูกค้าใหม่เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น ผู้ซื้อที่มีศักยภาพจำนวนมากเข้าชมเว็บไซต์ ดูสินค้า หรือมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของคุณ แต่จากไปโดยไม่ได้ทำการซื้อ นี่คือจุดที่การรีมาร์เก็ตติ้งบนโฆษณา Facebook กลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพไม้ตายสุดท้ายในการปิดการขาย เพราะคุณกำลังคุยกับคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว

การรีมาร์เก็ตติ้งบน Facebook Ads เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแสดงโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายแก่ผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ของตนมาก่อน ซึ่งอาจรวมถึงผู้ใช้ที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ เพิ่มสินค้าลงในตะกร้าสินค้า รับชมวิดีโอของคุณ หรือมีส่วนร่วมกับโพสต์บน Facebook หรือ Instagram ของคุณ
เนื่องจากผู้ใช้กลุ่มนี้รู้จักแบรนด์ของคุณอยู่แล้ว โฆษณาแบบรีมาร์เก็ตติ้งจึงมักมีอัตราการแปลงสูงกว่าโฆษณาที่กำหนดเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ชมใหม่

เหตุใดการทำการตลาดซ้ำจึงจำเป็นต่อการปิดการขาย
ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อสินค้าในการเยี่ยมชมครั้งแรก พวกเขาอาจต้องการเวลามากขึ้นในการเปรียบเทียบตัวเลือก รอโปรโมชั่น หรืออาจถูกดึงดูดความสนใจไปที่สิ่งอื่น การทำการตลาดซ้ำช่วยให้แบรนด์ของคุณอยู่ในใจลูกค้าเสมอ และกระตุ้นให้พวกเขากลับมาซื้อสินค้าในที่สุด

ประโยชน์หลักๆ ได้แก่:
อัตราการแปลงที่สูงขึ้น
ต้นทุนการโฆษณาที่ลดลง
การจดจำแบรนด์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
การใช้จ่ายงบประมาณโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์รีมาร์เก็ตติ้งที่มีประสิทธิภาพบนโฆษณา Facebook
1. กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมเว็บไซต์
ใช้ Facebook Pixel เพื่อติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ และแสดงโฆษณาเฉพาะเจาะจงแก่ผู้ใช้ที่ดูสินค้าหรือหน้าเว็บเฉพาะ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแสดงโฆษณาเพื่อเตือนพวกเขาเกี่ยวกับสินค้าที่พวกเขาดูแต่ไม่ได้ซื้อ

2. แคมเปญป้องกันการละทิ้งตะกร้าสินค้า
หนึ่งในกลยุทธ์รีมาร์เก็ตติ้งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้ที่เพิ่มสินค้าลงในตะกร้าสินค้าแต่ไม่ได้ทำการชำระเงินให้เสร็จสมบูรณ์ การเสนอสิ่งจูงใจ เช่น การจัดส่งฟรีหรือส่วนลดในช่วงเวลาจำกัด สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก

3. ใช้กลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเอง
Facebook อนุญาตให้คุณสร้างกลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเองได้จาก:
ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์
รายชื่ออีเมลลูกค้า
กิจกรรมแอป
โปรแกรมดูวิดีโอ
ช่วยให้สามารถแสดงโฆษณาที่ปรับแต่งได้เฉพาะบุคคลอย่างมาก ซึ่งตรงกับพฤติกรรมของผู้ใช้

4. สร้างสรรค์โฆษณาที่ดึงดูดใจ
โฆษณารีมาร์เก็ตติ้งควรเน้นที่ความน่าเชื่อถือและความเร่งด่วน ใช้รีวิวจากลูกค้า คำรับรอง ข้อเสนอพิเศษช่วงเวลาจำกัด หรือการรับประกัน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

5. ตั้งค่าความถี่ให้ถูกต้อง
ควรหลีกเลี่ยงการแสดงโฆษณาบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้ใช้รำคาญ การแสดงโฆษณาในความถี่ที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักโดยไม่ทำให้ลูกค้าเป้าหมายรู้สึกว่าถูกรบกวนมากเกินไป

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความสำเร็จในการทำการตลาดซ้ำ
แบ่งกลุ่มผู้ชมตามพฤติกรรม (เช่น ผู้ชมที่เข้ามาดู กับ ผู้ที่ละทิ้งตะกร้าสินค้า)
ใช้คำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) ที่ชัดเจนและทรงพลัง
ทดสอบรูปแบบโฆษณาต่างๆ เช่น โฆษณาแบบภาพสไลด์ โฆษณาวิดีโอ และโฆษณาสินค้าแบบไดนามิก
วิเคราะห์ประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอและปรับปรุงแคมเปญให้เหมาะสม

ข้อควรระวัง: อย่าลืม “Exclude” คนที่ซื้อไปแล้ว
ไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปกว่าการเห็นโฆษณาลดราคาในสินค้าที่เราเพิ่งซื้อไปในราคาเต็ม อย่าลืมตั้งค่า Exclude (ยกเว้น) รายชื่อลูกค้าที่เพิ่งปิดการขายไปในช่วง 30 วันที่ผ่านมาออกจากการยิงแคมเปญนี้ด้วย

การรีมาร์เก็ตติ้งบนโฆษณา Facebook เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปิดการขายในด้านการตลาดออนไลน์ โดยการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับแบรนด์ของคุณอยู่แล้ว คุณจะเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดความลังเล และเพิ่มอัตราการแปลง (Conversion Rate) เมื่อใช้กลยุทธ์อย่างเหมาะสม การรีมาร์เก็ตติ้งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนด้านการโฆษณาของคุณให้สูงสุด