การกำหนดราคาเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ การตั้งราคาสูงเกินไปอาจทำให้ลูกค้าหนีไป ในขณะที่การตั้งราคาต่ำเกินไปอาจส่งผลเสียต่อกำไรและมูลค่าแบรนด์ เพื่อความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ ผู้ขายต้องเข้าใจต้นทุนของตนเองอย่างชัดเจนและใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาที่ชาญฉลาด การตั้งราคาในโลกออนไลน์ไม่ใช่แค่การเอาต้นทุน + กำไรที่อยากได้เท่านั้น
นี่คือเทคนิคการคำนวณและตั้งราคาแบบฉบับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือโปร บทความนี้จะอธิบายเทคนิคเชิงปฏิบัติสำหรับการคำนวณต้นทุนและการกำหนดราคาสินค้าที่ทั้งแข่งขันได้และสร้างผลกำไร
1. ทำความเข้าใจต้นทุนทุกประเภท
ก่อนกำหนดราคา คุณต้องทราบต้นทุนที่แน่นอนในการขายสินค้าหนึ่งหน่วย ต้นทุนโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก:
ต้นทุนคงที่
คือค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะมียอดขายมากน้อยแค่ไหน เช่น:
ค่าบริการโฮสติ้งเว็บไซต์และโดเมน
ค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกแพลตฟอร์มออนไลน์
เงินเดือนพนักงาน
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือการตลาด
ต้นทุนผันแปร ต้นทุน
เหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนสินค้าที่ขายได้ ซึ่งรวมถึง:
การจัดหาวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์
การขนส่งและโลจิสติกส์
ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมเกตเวย์การชำระเงิน
การทราบทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรจะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนที่แท้จริงต่อผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ
2. คำนวณต้นทุนต่อหน่วยให้ถูกต้อง
ในการกำหนดราคาที่สมจริง คุณต้องคำนวณต้นทุนต่อหน่วย สูตรอย่างง่ายคือ:
ต้นทุนต่อหน่วย = (ต้นทุนคงที่ทั้งหมด ÷ จำนวนหน่วยที่ขายได้) + ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย
วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าทุกชิ้นที่ขายไปจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายคงที่และสร้างกำไร ผู้ขายออนไลน์หลายรายมักทำผิดพลาดโดยคำนึงถึงเฉพาะต้นทุนสินค้าและค่าจัดส่ง ซึ่งนำไปสู่การตั้งราคาต่ำเกินไป
3. เพิ่มอัตรากำไรเป้าหมาย
หลังจากคำนวณต้นทุนต่อหน่วยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดว่าคุณต้องการกำไรเท่าใด อัตรากำไรขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ มาตรฐานอุตสาหกรรม และการวางตำแหน่งแบรนด์ของคุณ
สูตรที่ใช้กันทั่วไปคือ:
ราคาขาย = ต้นทุนต่อหน่วย + (ต้นทุนต่อหน่วย × อัตรากำไรที่ต้องการ)
ตัวอย่างเช่น หากต้นทุนต่อหน่วยของคุณคือ 10 ดอลลาร์ และอัตรากำไรเป้าหมายของคุณคือ 30% ราคาขายควรอยู่ที่ 13 ดอลลาร์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าอัตรากำไรของคุณสามารถรองรับการเติบโตในระยะยาว ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้
4. วิเคราะห์ราคาตลาดและราคาคู่แข่ง
ผู้บริโภคออนไลน์สามารถเปรียบเทียบราคาได้ง่าย ดังนั้นการวิเคราะห์คู่แข่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรศึกษาค้นคว้าผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันในตลาดเฉพาะกลุ่มของคุณ และศึกษา:
ช่วงราคาในตลาด
คุณสมบัติเพิ่มมูลค่าที่คู่แข่งนำเสนอ
โปรโมชั่น แพ็กเกจ และส่วนลด
ราคาของคุณไม่จำเป็นต้องต่ำที่สุดเสมอไป หากสินค้าของคุณมีคุณภาพดีกว่า มีแบรนด์ที่ดีกว่า มีบริการที่ดีกว่า หรือจัดส่งได้เร็วกว่า ลูกค้าอาจยินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่า
5. ใช้การกำหนดราคาตามมูลค่า
การกำหนดราคาตามมูลค่าจะเน้นที่การรับรู้ของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ของคุณมากกว่าต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว กลยุทธ์นี้ได้ผลดีในการตลาดออนไลน์ที่การสร้างแบรนด์และการเล่าเรื่องมีความสำคัญ
ลองถามตัวเองดูว่า:
ผลิตภัณฑ์ของฉันช่วยแก้ปัญหาอะไร?
มันช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือธุรกิจของลูกค้าได้อย่างไร?
อะไรที่ทำให้มันแตกต่างจากตัวเลือกอื่นๆ?
หากลูกค้าเห็นว่าสินค้าหรือบริการมีคุณค่าสูง พวกเขาก็จะยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ แม้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงก็ตาม
6. พิจารณาเทคนิคการกำหนดราคาเชิงจิตวิทยา
การกำหนดราคาเชิงจิตวิทยา สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อโดยไม่เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่แท้จริง เทคนิคที่นิยมใช้ ได้แก่:
ลดราคาเหลือ 9.99 ดอลลาร์ จากราคาปกติ 10 ดอลลาร์
นำเสนอราคาแบบแบ่งระดับ (พื้นฐาน มาตรฐาน พรีเมียม)
โดยใช้ส่วนลดแบบจำกัดเวลาหรือโปรโมชั่นลดราคาแบบฉับพลัน
เทคนิคเหล่านี้ช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้ซื้อและทำให้ราคาสินค้าดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
7. ทดสอบและปรับราคาอย่างสม่ำเสมอ
การตลาดออนไลน์ช่วยให้ผู้ขายสามารถทดสอบกลยุทธ์การกำหนดราคาได้อย่างรวดเร็ว ใช้การทดสอบ A/B แคมเปญส่งเสริมการขาย และข้อมูลการขายเพื่อดูว่าลูกค้าตอบสนองต่อระดับราคาต่างๆ อย่างไร
ตรวจสอบตัวชี้วัดสำคัญต่างๆ เช่น:
อัตราการแปลง
กำไรต่อคำสั่งซื้อ
ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า
การวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณปรับราคาให้เหมาะสมและรักษาความสามารถในการแข่งขันในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
8. รวมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการโฆษณา
ผู้ขายหลายรายลืมรวมค่าใช้จ่ายในการโฆษณาออนไลน์ไว้ในการคำนวณราคา ค่าใช้จ่ายจากแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Google Ads, Facebook Ads หรือการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ควรนำมาพิจารณาในกลยุทธ์การกำหนดราคาของคุณเพื่อให้มั่นใจได้ถึงผลกำไร
การคำนวณต้นทุนอย่างแม่นยำและการกำหนดราคาที่เหมาะสมเป็นรากฐานสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการทำความเข้าใจต้นทุนทั้งหมด การใช้สูตรการกำหนดราคาที่ถูกต้อง การวิเคราะห์คู่แข่ง และการมุ่งเน้นคุณค่าของลูกค้า ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ การกำหนดราคาอย่างชาญฉลาดไม่ใช่เรื่องที่ทำเพียงครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่พัฒนาไปตามแนวโน้มของตลาดและพฤติกรรมของลูกค้า
